การให้ทาน

          การให้ทาน บางคนอาจจะคิดว่าถ้าตัวเองมีปัญหาหนี้สินอยู่จะมีเงินมี่ไหนไปทำบุญให้ทาน จริงๆแล้ว การทำบุญให้ทานนั้น ไม่จำกัดเฉพาะการทำบุญกับวัด กับพระเท่านั้น ไม่ว่าจะให้แก่พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อน ให้แกผู้ที่ขาดแคลนหรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย ก็เรียกว่าเป็นทานทั้งสิ้น จะให้มากให้น้อยก็แล้วแต่กำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ของผู้ให้
 
         การให้ทานเป็นอุบายอย่างหนึ่งที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีปํญหาเคยทะเลาะกัน  ไม่พูดกันเมื่อฝ่ายหนึ่งแสดงนำใจด้วยการซื้อขนมหรือผลไม้มาฝาก ก็จะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน เปลี่ยนความรู้สึกที่เคยขุ่นเคืองต่อกันมาเป็นมิตรได้ มีอานสงส์เหมือนการทำบุญให้ทานเหมือนกัน
 
นอกจากการให้ทรัพย์สินเงินทองแล้ว การทำทานก็มีหลายวิธี ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไรก็สามารถเป็นผู้ให้ได้เสมอ ตามหลักการบำเพ็ญทาน 10 ประการ ได้แก่
 
1. ให้ทานด้วยทรัพย์สินเงินทอง
2. ให้ทานด้วยสายตาที่เมตตาปรานี
3. ให้ทานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
4. ให้ทานด้วยวาจาที่ไพเราะน่าฟัง
5. ให้ทานด้วยแรงงานช่วยเหลือผู้อื่น
6. ให้ทานด้วยการอนุโมทนายินดีเมื่อผู้อื่นทำดี
7. ให้ทานด้วยการให้อาสนะ ( ที่นั่ง )
8. ให้ทานด้วยการให้ที่พัก
9. ให้ทานด้วยการให้อภัย
10. ให้ทานด้วยการให้ธรรมะ
 
     การให้เป็นเหตุแห่งความสุข การเสียสละแบ่งปันสิ่งที่เรามีให้แก่ผู้อื่น  เป็นการฆ่าความตระหนี่ถี่เหนี่ยว ทำจิตใจให้สบาย
การรักษาศีล เมื่อมีปัญหาให้เราสำรวจตัวเองก่อนว่า ตัวเรานั้นสำรวมกาย วาจา ใจ เรียบร้อยหรือไม่ บางทีเราอาจขี้บ่น คำพูดหรือการแสดงออกของเราสร้างปัญหาแก่ตัวเอง  แก่ผู้อื่นหรือไม่ ให้เราสำรวจตัวเองด้วยใจที่เป็นธรรม เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงตัวเอง  ตั้งเจตนาในการรักษาศีล 5 ให้สมบูรณ์ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นกรอบทำให้เราไม่เบียดเบียนผู้อื่น
 
     หัวใจของศีลคือความไม่เบียดเบียน ตามปกติก็ให้เรารักษาศีลก่อน เมื่อเรารักษาศีลสมบูรณ์ ศีลเกิดขึ้นแล้ว ในที่สุดศีลก็จะรักษาเรา
การเจริญภาวนา เมื่อมีปัญหาอย่าเพิ่งรีบร้อนที่จะแก้ปัญหาภายนอก ให้ตั้งสติ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึกๆ ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกันต่อเนื่องกัน มีสติตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตใจที่มีความรู้สึกตัว  เมื่อจิตสงบเบาสบายแล้วจึงค่อยๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติ ปัญญา เมื่อจิตใจดีแล้ว สบายใจแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้นไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือ รักษาใจของเราให้ดี เพราะใจเป็นประธาน ใจเป็นหัวหน้า เมื่อใจดีก็คิดดี พูดดี ทำดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามเหตุปัจจัย
About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: